Teeraparb's profile[ T ] ~ P h o [ E ] n i ...PhotosBlogListsMore Tools Help
Photo 1 of 77

[ T ] ~ P h o [ E ] n i X

<< IE Chula >>
December 24

. . . เ บื่ อ แ ล้ ว . . .

@@#!!!$$#@##@$#
@$#@+++@@#$$ เบื่อ !@!#@#@!####$#$@!!
 
 
เมื่อไหร่จะสอบเสร็จ ซะที มีแต่วิชายากๆๆ
July 18

" Phoenix "

 
" ประวัตินกฟีนีกซ์ "
นกฟินิกซ์คือตัวแทนแห่งไฟ หมายถึงความรุ่มร้อน ความอบอุ่นและอ่อนโยน ไฟมีความแตกต่างจากฟ้าตรงที่ไฟยืดหยุ่นกว่า เปลวไฟอ่อนลู่ได้ตามสภาวะ บางครั้งจึงดูคล้ายโลเล ไม่คงสภาพ ไร้กฎเกณฑ์ นกฟินิกซ์ยังมีความหมายถึงความเป็นอมตะอีกด้วย เพราะเมื่อถึงอายุขัยแล้ว มันก็จะเผาไหม้ตัวเองด้วยไฟแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมีอีกครั้ง



ตำนานแห่งฟินิกซ์ปรากฏอยู่ในอารยธรรมโบราณมากมาย นกฟินิกซ์มีขนาดใกล้เคียงกับนกอินทรี มีสีแดงเข้มและมีแผงคอสีทองหรือผสมด้วยสีแดงและสีน้ำเงิน นกฟินิกซ์เป็นนกที่มีอยู่ตัวเดียว อาศัยอยู่ในอารเบีย เรื่องราวเริ่มแรกของนกฟินิกซ์มาจากวรรณกรรมกรีกโบราณที่ชื่อว่า Account of Egypt ของกวีเฮโรโดตัส ประมาณ 430 ปีก่อนคริสตกาล ตามตำนานกล่าวว่า นกฟินิกซ์มีอายุ 500 ปี เมื่อถึงเวลาที่ใกล้จะหมดอายุขัย นกฟินิกซ์จะล่วงรู้ถึงชะตากรรม มันจะสร้างรังจากไม้ฟืน และนั่งคอยที่กองฟืนและร้องเพลง เมื่อแสงอาทิตย์แรกสาดส่อง นกฟินิกซ์จะแผดเผาตนเองกลายเป็นเถ้าถ่าน จากเถ้าถ่านนั้นนกฟินิกซ์ตัวใหม่จะเกิดขึ้น งานแรกที่มันจะต้องทำ คือ การรวบรวมเถ้าถ่านของพ่อแม่และนำฝังที่เฮลิโอโปลิส (เมืองแห่งตะวัน) และบินกลับไปยังอารเบีย
จุดกำเนิดตำนานเกี่ยวกับนกฟินิกซ์นี้อาจมาจากหนังสือแห่งเวทมนตร์เล่มหนึ่งที่ชื่อว่า Book of Dead ในหนังสือนี้กล่าวถึงนกยักษ์ซึ่งมีลักษณะคล้ายนกฟีนิกซ์ นกยักษ์ตัวนี้เป็นต้นแบบของวิญญาณอิสระซึ่งลุกขึ้นมาจากกองเพลิงและบินไปยังเฮลิโอโป
ลิสเพื่อประกาศยุคใหม่ เพราะว่าดวงอาทิตย์ได้สาดแสงไล่หลังนกซึ่งบินจากตะวันออกไปยังตะวันตก นกจึงปรากฏตัวพร้อมกับรุ่งอรุณ


การที่นกฟินิกซ์สามารถเกิดใหม่ได้จากเถ้าถ่านของตนเอง ความนัยจากสัญลักษณ์นี้ทรงอำนาจมาก ซึ่งเป็นตัวแทนของการฟื้นคืนจากความตาย และยังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กวี จนเรื่องราวแห่งนกฟินิกซ์แทรกซึมเข้าไปอยู่ในวรรณกรรมยุโรปทั้งหมด

ตำนานหรือเรื่องราวของนกชนิดนี้เล่ากันว่า เป็นนกที่มีวงจรชีวิตยาวนานถึง 500 ปี ในช่วงสุดท้ายของชีวิต นกฟีนิกซ์จะก่อกองไฟขึ้นเผาตนเอง เพื่อกำเนิดขึ้นเป็นนกฟีนิกซ์ตัวใหม่ที่เยาว์วัยจากกองขี้เถ้านั้น และใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอีกจนครบ 500 ปี วนเวียนกันอยู่เช่นนี้ จากประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้ใดมีโอกาสพบเห็นนกฟีนิกซ์ตัวจริงเลยแม้แต่สักครั้งเดียวจึงอาจกล่าวว่านก
ฟีนิกซ์มีอยู่เฉพาะในตำนานเท่านั้น และเป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณจนถึงสมัยกรีก

ซึ่งเชื่อกันว่าชาวกรีกรับเอาความเชื่อหรือแนวคิดของนกฟีนิกซ์มาจากชาวอียิปต์ เนื่องจากชาวอียิปต์จะมีตำนานของนกชนิดหนึ่งที่คล้ายคลึงกันชื่อว่า นกเบนนู ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับนกกระสา พบในภาพเขียนและภาพแกะสลักของชาวอียิปต์ นกเบนนูเป็นนกที่บูชาพระอาทิตย์เช่นเดียวกับนกฟีนิกซ์ และจะเผาตนเองในกองเพลิงเพื่อมีชีวิตใหม่ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า ชาวกรีกจะนำเอาความเชื่อนี้มาดัดแปลงให้เกิดเป็นนกฟีนิกซ์ขึ้นในเวลาต่อมา รูปร่างหน้าตาของนกฟีนิกซ์นี้มีผู้รวบรวมและบันทึกเอาไว้ว่า เป็นนกที่งดงามและสง่างามอย่างมาก ดูคล้ายกับนกอินทรี นัยน์ตาสีฟ้าสดใสเป็นประกายวาววับ มีหงอนบนศีรษะ ปากงุ้มเหมือนปากนกเหยี่ยว ขนเป็นสีทองทั่วทั้งตัว เว้นก็แต่ตรงบริเวณคอเท่านั้นที่มีสีออกแดงม่วง เกล็ดตามหน้าแข้งเป็นสีทองและมีเล็บสีดอกกุหลาบ

บางตำนานกล่าวว่านกชนิดนี้อาศัยอยู่ในป่าศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า ป่าแห่งพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นป่าที่สวยงามมาก สภาพอากาศภายในป่าไม่เคยเปลี่ยนแปปลง ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ต้นไม้ไม่เคยผลัดใบ ดอกไม้ไม่เคยเหี่ยวเฉาร่วงหล่นจากต้น ทุกๆเดือนจะเกิดน้ำพุธรรมชาติใสสะอาดผุดขึ้นมาจากใต้ผืนดิน เพื่อให้นกฟีนิกซ์ได้ชำระล้างเนื้อตัวให้สะอาด หลังจากนั้นนกฟีนิกซ์จะบินขึ้นไปเกาะบนยอดไม้ที่สูงที่สุดของป่าศักดิ์สิทธิ์นั้น แล้วผงกศีรษะคำนับพระอาทิตย์สามครั้ง และกางปีกหมุนตัวรับแสงแดดที่ส่องสว่างลงมา ระหว่างนั้นก็จะร้องเพลงที่ไพเราะราวกับนกไนติงเกล เพื่อเป็นการแสดงคารวะต่อพระอาทิตย์

ในตำนานตะวันตกบันทึกไว้ว่า นกฟีนิกซ์มีเพียงเพศเดียวเท่านั้น คือ เพศผู้ ถึงแม้ว่านกฟีนิกซ์จะมีตัวตนอยู่จริง ๆ ก็น่าเชื่อว่า จะไม่มีผู้ใดสามารถเลี้ยงนกชนิดนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยงได้ เนื่องจากนกฟีนิกซ์จะไม่กินอาหารธรรมดา ๆ อย่างเช่นนกชนิดอื่น ๆ กินกัน อาหารที่ไม่ธรรมดานี้คือ สายลมอ่อน ๆ น้ำอมฤต น้ำค้างที่ตกจากฟากฟ้า หรือหมอกบริสุทธิ์ที่ลอยขึ้นมาจากแม่น้ำหรือทะเล เพราะเหตุนี้นกฟีนิกซ์จึงกลายเป็นนกในตำนานที่มีความเป็นอยู่อย่างลึกลับ เมื่อถึงคราวชราก็จะเผาตนเอง และชุบตัวขึ้นใหม่กลายเป็นนกที่เยาว์วัยและสดใส การมีชีวิตที่ยืนยาวเช่นนี้รวมถึงการเกิดใหม่จากกองขี้เถ้าของตนเอง

ซึ่งทำให้คิดกันว่า นกฟีนิกซ์เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ ในช่วงต้นของศาสนาคริสต์ ได้นำเอารูปของนกฟีนิกซ์มาสลักเป็นลวดลายประดับหินปิดหลุมฝังศพ โดยมีความหมายว่า ผู้ที่จากไปแล้วจะกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ในอนาคต และใช้ในความหมายอื่น ๆในเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อมั่นและความแน่นอน แต่เมื่อมาถึงในช่วงสมัยกลาง ความเชื่อนี้ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป นกฟีนิกซ์จัดเป็นนกในตำนานที่มีผู้กล่าวขวัญถึงมากอีกชนิดหนึ่ง มักจะมีคำพูดที่กล่าวขึ้นลอย ๆ ว่า “นกฟีนิกซ์เป็นนกที่มีผู้คนพูดถึงมาก แต่ไม่มีใครรู้จักมันอย่างแท้จริง” รายละเอียดของเรื่องราวและรูปร่างหน้าตาของนกชนิดนี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าขานกันต่อ
ๆ มา มีบันทึกมากมายที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับนกฟีนิกซ์ ซึ่งแตกต่างกันออกไปมากบ้าง น้อยบ้าง แต่สิ่งที่เห็นเหมือน ๆ กันคือ นกฟีนิกซ์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ในตัวของตนเอง ซึ่งหมายถึงการนำไปสู่สิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
 
ไปเจอมาในสวนบอร์ดเลย Copy มาให้อ่านเล่นๆ
ไว้จะมาเขียนเพิ่มเติมหลังสอบนะ
 
ปล.สเปซล้างมากมาย ไม่มีคนมาเยี่ยมเลย T_T
 
May 29

* ~ A B N O R M A L ' 5 0 ~ *

 
ผ่านไปแล้วกับวันรับน้องก้าวใหม่'50
จัดในวันที่ 26 - 27 พค 50 ที่ผ่านมา
ปีนี้เป็น 2 วัน 1 คืน ที่เหมือนไม่มีการค้าง
เพราะให้ขึ้นห้องนอนเลย ไม่รู้จะค้างทำไม ??
 
ปีนี้ก็ทำบ้านเดิม "บ้านABnormal" นั่นเหละ
ปีนี้ไปช่วยกิดทำสถานที่ด้วยอ่า ...
เลยไม่ได้ทำบ้านเต็มที่ ได้เต้นสันแค่รอบเดียวเอง ...เสียใจ
แต่ก็ยังดีทำให้ได้ที่บายศรี ค่อนข้างดี(แต่ไม่ได้ดีมากอ่า)
เซ็งที่ต้องร่วมงานกับคนบางคนอ่า ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
แต่ก็ช่างมานเหอะ พยายามไม่ใส่ใจไปละ ฮ่าๆๆๆ
 
ปีนี้ต้องขอบคุณ "น้องก้อย" มากมายที่เหนื่อยมากๆ แต่ก็คุ้มใช่มะ
ขอบคุณ "น้องเจน" ที่ทำใหบ้านเรามีคนเยอะขนาดนี้
ขอบคุณ "น้องกี้" ที่แม้จะยุ่งๆก็ยังมา บ่อยๆ และขยันเก็บเงิน
ขอบคุณ "น้องอาร์ม" ที่พาเพื่อนๆมามากมาย และ เต้นสันมันๆ
ขอบคุณ "น้องเชน & น้องต่าย" สร้างสีสันให้การซ้อมของพี่ๆ
ขอบคุณ "น้องเมย์ น้องนอย น้องขิม" ที่มาซ้อมบ่อยๆนะ
ขอบคุณ "น้องฮุ้ย น้องกิ๊บ น้องมุก" ที่พยายามร้องเพลงสันในเวลาอันรวดเร็ว
ขอบคุณ "น้องย้ง" ที่ตั้งใจทำงานเต็มที่ละกันนะครับ
ชอบคุณ "น้องโบว์ แพทย์" ที่มาตามสัญญาว่าจะมานะคับ
ขอบคุณ "เพื่อนๆทุกคน" ที่มาช่วยกันสอนน้องๆ และมาสนุกกันวันจริง
ขอบคุณ "พี่ๆทุกคน" ที่มาช่วยกันทำให้บ้านเป็นบ้านได้นะครับ
แล้วก็ขอบคุณ "น้องๆ FRESHY" ทุกคนที่เลือกเข้าบ้าน ABnormal นะครับ 
ถ้ายังไม่ได้ขอบคุณใครอีก ก็ ขอ "ขอบคุณ" ไว้ตรงนี้ด้วย
 
แม้จะเต้นสันไปครั้งเดียวแต่ก็ดีใจนะ ที่มีน้องจำได้
แล้วมาบอกตอนบายศรีว่า" พี่เต้นมันมากๆ" อิอิ
ปีนี้จำน้องได้ไม่กี่คนแต่สัญญาว่าจะจำให้ได้ตอนนัดบ้านนะ
ตอนนี้จำน้องได้ไม่กี่คนเองอ่า เพราะไม่ได้อยู่บ้านเท่าไหร่
น้อง Zil จำได้เพราะทาสีด้วยกัน น้องทาได้เลอะมากๆ ฮ่าๆๆๆ
น้องแตงโม (ช) เพราะชื่อน้องด้วยเหละเลยจำได้ ฮ่าๆๆๆ
น้องโดนัท (BBA) มีพี่ ญ บอกมาว่าน้องหน้าตาดี เลยต้องหาตัวหน่อย
น้องกิ๊ฟ (วิดยาคอม) น้องค่ายอยู่บ้านเดียวกันตอนลานเกียร์ เลยจำได้ อิอิ
น้องหลุยส์ เป็นน้องคนแรกที่มาบอกว่าจำพี่ได้
แล้วก็เป็นลูกสาว อ.ดำรง หัวหน้าภาค IE ที่เราเรียนอยู่ด้วย ฮ่าๆๆ
 
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ บ้าน AB วันที่ 16 - 06 -2007
มีนัดบ้านนะครับ 10 โมง ใต้ตึก sci นะครับ
มากันเยอะๆหละ จะได้เจอกันอีกนะครับ
web บ้าน มีข่าวสารอัพเดทด้วยเหละ เข้าไปดูๆกันนะครับ
 
ปล.อยากจัดทริปบ้านจังเลย ใครอยากไปยกมือขึ้น
May 16

*~ งานเยอะได้อีก ~*

 
ปิดเทอมนี้เราได้ลงซัมเมอร์ด้วยเหละ
ก็วัดดวงกับวิชา sex ed คือถ้าลงได้จะเรียน
ตอนแรกก็ไม่ได้เพราะมันเด้งตามปกติ
เพราะคนลงเยอะมากมาย แต่ก็มาลุ้นเอาวันแรกที่เรียน
 
มาถึงวันนั้นตื่นมาตั้งแต่ 6 โมงเช้าเลย 
เพราะว่าปีที่แล้วมันเริ่มลงได้ 6 โมง
แต่ปีนี้ระบบดีมาก ลงได้ตอน 8 โมง(มั้ง) เพราะว่า
เวลา 8 โมง เซอเวอร์มันก็ล่ม แต่เราก็พยายาม
พอเข้าได้เหลือว่าง 1 คน แล้วเราก็เสียบเลย
ก็เลยเป็นอันว่าเรียน แต่จะเรียนวิชาเดียว 4000 ก็กะไรอยู่
เลยลงเพิ่มอีกวิชา คือ man & toxic เป็น 2 วิชา
 
เรียนๆไปเรื่อยๆตอนแรกก็ว่างๆดีอยู่หรอก
แต่พอมาปลายๆเดือนเมษาก็เริ่มมีอาการ
"งานเข้า" ไม่รู้มาจากไหนมากมายเลยทีเดียว
ทั้งงานฝ่ายกิจกรรมค่ายวิษณุฯ (ซึ่งเราทำน้อยสุดละ)
แล้วก็มีบ้านรับน้องที่รับปากพี่ๆว่าจะมาสอนน้องๆ (งานนี้ทุ่มสุดละ)
แค่ 2 งานมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก ที่มันเริ่มหนักเนี่ย
เพราะ "กิด" ไปรับงานสถานที่งานรับน้องก้าวใหม่'50
แล้วมันก็ยังไม่มีทีมงาน เลยรับปากช่วยไป !!!
 
ช่วงแรกๆก็สนุกดี เพราะงานยังไม่เยอะมาก
แต่ทำๆไปก็เริ่มสอบไฟนอลของซัมเมอร์
ประจอบกับช่วงนั้นงานเริ่มเยอะ เลยอ่านไปวิชาละ 1 วัน
เกรดก็คงเน่าสนิด เซ็งเลยไม่น่าลงไปเลย --"
 
พอผ่านพ้นช่วงสอบก็ลุยงานเต็มที่ ถึงได้รู้ว่า"เยอะจิงจัง"
เช้าคุยกะน้องฝ่าย สายๆไปรับงานจากกิด
ตอนเย็นมาสอนท่าให้น้องๆที่บ้านรับน้อง
(ไปนัดบ้านเกือบทุกครั้งเลย ขาดไป 1 ครั้งเพราะติดประชุม) 
ต้องตื่นเช้า แล้ว ออกจากจุฬาทุ่ม ถึง สองทุ่ม ก็เหนื่อยๆ
แต่ก็สนุกดี ได้เพื่อนๆเพิ่มากมายจากงานสถานที่
 
ส่วนงานบ้าน ABNORMAL นั้นเป็นงานที่ชอบสุดเหละ
ได้มาเจอเพื่อนๆอีกครั้งจากปีที่แล้ว
ได้มาเต้นบ้าๆไม่ต้องมาวางฟอร์มใดๆ
ได้รู้จักน้องๆมากมาย โดยเฉพาะน้อง BBA (เยอะมากๆ)
ปีนี้น้องๆน่ารักมาก แม้จะเริ่มมาซ้อมกันช้า
แต่น้องๆก็พยายามที่จะเรียน จำ และเต้นดีมากๆ
 
ต้องขอบคุณน้องก้อยที่อดทน ทำงานอย่างหนักมากมาย
น้องย้งที่พยายามเต็มที่ และทุ่มเทเต็มที่นะครับ
น้องเจน(ไอซ์)ที่พาเพื่อนๆมามากๆเยอะสุดๆจิงๆ
ขอบคุณน้องฮุ้ย น้องกี้ ที่พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ของคุณน้องอาร์มที่พาเพื่อนๆมา แล้วก็สันแรงๆ
ขอบคุณน้องๆทุกคนที่มาซ้อมกันบ่อยๆแล้วไม่ได้พูดถึง
 
งานรับน้องก้าวใหม่วันที่ 26 - 27 พค 50
ก่อนจะถึงวันนั้นขอให้น้องๆทุกคนพยายามเต็มที่
เพื่อให้น้องๆบ้าน AB รุ่นต่อไป สนุก และมีความสุขนะ
พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆ และ เพื่อนๆ ทุกคน
วันจริงขอให้พี่ๆบ้านปี 3 ปี 4 ที่ลงชื่อไว้มากันด้วยนะ
 
ปล.เหลือเวลาซ้อมไม่ถึง 10 วันแล้วนะครับ
ปล2.งานทุกอย่างก็ใกล้จะเสร็จแล้ว
 
 
 
March 21

In The Mood : เซ็ง..!!!

 
ปิดเทอมมาได้ซักพักนึงแล้ว ก็มีเรื่องเกิดขึ้นมามากมาย
บางเรื่องก็ทำให้เราปิติยินดี แต่หลายๆเรื่องก็ทำให้เราเซ็ง
เรื่องที่ทำให้เรายินดีนั้นมีน้อยมากเมื่อเทียบกับเรื่องที่เซ็ง
และหลายๆเรื่องที่เราเซ็งก็เพราะเราทำมันเอง --"
มาบ่นๆให้อ่านกันเล่นๆ เอาหละเริ่มบ่นละนะ....
 

 
เรื่องแรกก็ ด้วยความไม่เป็นตัวของตัวเอง
ทำให้ตอนนี้ไม่กล้าคุยกับคนนั้นไปเลย
เพราะแบบไปคุยแล้วเหมือนซักไซ้เค้ามากเกิน
จนตอนนี้กลัวเค้าลำคานมากมายอ่ะ
เลยไม่กล้าแม้แต่จะทักเค้าอ่ะ เซ็งมากๆๆๆ
(ขอโทดจิงๆนะคับ)
 
เรื่องสอง "เกรด" ไม่ได้ตามที่หวังไว้อ่ะ
ก็ไม่ได้เน่าไรมากมายเท่าไรหรอกนะ
แต่เซ็งสุดๆกับ 2 ตัวที่ต่ำกว่ามาตรฐานเยอะเลย
ไม่ขอบ่นไรมากละกาน สำหรับเรื่องนี้
 
 
 
เรื่องสาม "นัดบ้าน" เป็น "นัดรวมกลุ่มคน"เหรอ
นัด 2 ครั้งไปรวมกันไม่ถึง 30 คน โอ้วบ้าน AB ของเรา
ปีนี้บ้าน AB จะได้รับน้องรึเปล่าเนี่ย น้องๆคับช่วยมากันเยอะๆ
พี่ๆรักบ้าน AB กันมากนะครับ พี่ๆมาช่วยน้องเสมอเหละ
แต่น้องก็ช่วยมากันเหอะ พี่กลัวบ้านจะล่มนะเนี่ยแบบนี้ !!!
 
 
เรื่องสี่ สืบเนื่องจากเรื่องแรก วันนั้นที่เค้าพูดคำนั้นมา
เรานี่แบบไม่เป็นอันทำอารายเลย คือนั่งมองจอคอม
ไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆเลย นั่งเป็นรูปปั้นหน้าคอม
นอนก็ไม่หลับ เป็นอารายที่เซ็งมากๆเลย...!!!
 
 
เรื่องห้า "เพื่อน" ก็ไม่มีไรมากเซ็งมันเฉยๆ
คนเดียวเหละ เตือนอารายก็ไม่เคยฟัง ไม่เคยทำไรเพื่อตัวเอง
จัดลำดับความสำคัญไม่ได้ ไม่ได้อยากว่ามึงนะ
แต่มึงก็โตแล้วมึงน่าจะใช้เหตุผลมากกว่า"ความอยาก"ของมึง
แล้วก็มีสติหน่อยเวลาตัดสินใจทำอะไรเนี่ย อีกอย่าง
มึงไปทำบุญเหอะ มึงซวยจิงๆหวะ แล้วก็....
กูอาจพูดไรไม่เข้าหูมึงนะ แต่มึงเป็นเพื่อนกู
อารายที่กูเตือนมึงก็เพราะกูเป็นห่วงมึงจิงๆ
 
ปล.อย่าคิดมากนะ ขอระบายหน่อย อึดอัด
ปล2.นัดบ้านครั้งหน้าหวังว่าคงดีกว่านี้นะครับน้องๆ อิอิ
March 04

(¯`°.•°•.★* HAPPY BIRTHDAY *★.•°•.°´¯) *:•.☆ TreASurE Nui ☆.•:*

                                                         

                  To : TreASurE Nui

ขอให้มีความสุขมากๆนะคับ

Get A ทุกวิชาเลย...

สมหวังในสิ่งที่ต้องการนะคับ

ไม่มีอุปสรรคอะไรมาขัดขวางนะคับ

ถ้ามีปัญหาก็ขอให้แก้ไขได้โดยง่ายนะ


สอบยังไม่เสร็จเลย เหลืออีกตัวนึง !!!!

สอบไป 6 ตัวใน 1 สัปดาห์ โหดมากๆๆๆ

เน่าไปเกือบทุกตัวเนื่องจากอ่านไม่ทัน + ชิวเกินไป

เทอมนี้งานเยอะจิงๆ แต่ทำตัวเหมือนเดิมรู้สึกแย่มากๆ

แต่ก็ช่างมาน ตั้งใจอ่านตัวสุดท้ายให้ดีที่สุดดีกว่า

(จะทำได้เหรอเรา ยังมาเล่นคอมอยู่เลย)

 

ปิดเทอมนี้ก็กะลง summer ลงวิชาเลือกซัก 2 ตัว

จะได้ไม่ต้องไปจุฬาฟรีๆ ตอนปิดเทอม 55+

แล้วก็ต้องไปช่วยน้องๆทำบ้าน AB ให้เป็น บ้าน AB ต่อไป

พี่ๆเค้าฝากมาแล้วนี่นา ก็ต้องทำให้ดีที่สุด !!!

(รักบ้านAB ขึ้นมามากมาย จากตอนอยู่ปี1)

 

ปล.ไว้มาอัพใหม่วันหลัง วันนี้ตั้งใจจะมาอัพแค่นี้เหละ อิอิ ...

 

January 26

*~ Blog Tag ~*

  ก่อนอื่นขอนิยามก่อน "Tag" มาจากคำว่า "Blog Tag"
  ซึ่งมันเป็นการละเล่นที่คนที่โดน Tag จะต้องเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง 5 ข้อ
  แล้ว Tag ต่อไปให้อีก 5 คนต่อไป
 
ก็โดนพี่บี tag มาอ่ะ (ไม่น่าหาเรื่องเลยทีเอ๋ย) ไม่รู้จะเล่าไรอ่ะ มีตั้ง 5 เรื่อง
จะพยายามละกาน เอ้า มาเริ่มกันเลย...
 
เรื่องแรก...
  ชื่อเล่นชื่อแรกของเราไม่ใช่ "ที" อืมก็มีหลายๆคนที่รู้เหละ
ก็ พี่ น้อง เราเกือบทุกคนจะมีชื่อเป็น "อ.อ่าง" แต่เราไม่บอกละกานว่าชื่อไร
(อยากรู้ติดต่อหลังไมค์เอาเองละกาน)
                                    ปล.เหมือนพี่แอน เอ้ย พี่บีเลยนะเนี่ย...
 
เรื่องที่สอง...
  เมื่อก่อนเป็นคนที่ด่าพวกดูหนังแล้วร้องให้ว่า กาเดะ หรือไม่ก็ ตอ... อืม
จนมาดูหนังเรื่อง "Be with you" หนังเรื่องแรกที่ดูแล้วน้ำตาไหล
ดูกี่รอบๆก็ไหล แบบบางทีไหลก่อนจะถึงตอนนั้นอีก แบบรู้ล่วงหน้าน้ำตาก็ไหลเอง
ไม่ได้อยากร้องนะ แต่มันไหลมาเอง...แต่ยังเป็นเรื่องเดียวนะที่มีน้ำตาอ่ะ
 
เรื่องที่สาม...
(เริ่มยากๆ หมดมุขไปเยอะละ)
  เอาเรื่องบ้านรับน้องละกาน จิงไม่ได้จะเข้าบ้าน AB ตอนปี 1 และไม่ได้จะมาทำตอนปี 2ด้วย
คือเห็นว่าบ้านนี้สวนเยอะ(ตอนปี1) เลยไม่กะจะเข้า แต่ที่ได้เข้ามาเพราะไบร์ทมันตามพี่แพรมา
แต่เข้าบ้านนี้มาก็แบบเซ็งๆ แต่ก็เข้ามาแล้ว ตอนนั้นจำได้ทำตัวแย่ๆไม่สนโลกด้วย(จิงๆนะ)
โดนพี่อุ้ยมาบอกว่าให้ช่วยๆดีหน่อย อย่าทำให้คนอื่นกล่อยไปด้วยเลย เซ็งพี่อุ้ยไปอีกคน(โทดคับพี่อุ้ย)
   ตอนปี2 ก็จะไปทำบ้านชมรมเชียร์อยู่แล้ว แต่ก็กลับมาเพราะ คนคนนึง (เป็นเหตุผลหลัก 70%)
แล้วก็บวกกับ พี่ๆที่สนิด + ให้คำสัญญาว่าจะกลับมา(ตอนนั้นพี่เค้าคิดไงเนี่ย เราก็ทำตัวแย่ๆ)
 
เรื่องที่สี่(แล้ว เย้ๆ)...
  เป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง คิดมาก ชอบความเป็นที่สุด ด้วย 3 ข้อนี้ทำให้ทะเลาะ + มีปัญหากับเพื่อนบ่อยๆ
เพิ่งมารู้ตอนอยู่จุฬาเนี่ยเหละว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี (ไม่ได้แก้ตัวนะ เค้ากำลังปรับปรุง ให้เข้ากับทุกคนได้อยู่)
คือตอนอยู่สวนอ่ะ เราทำงานนกะเพื่อนๆเราจะทำให้มันเป็น best อ่ะพอมานี่เราก็ทำตัวแบบเดิม แต่มันมีเรื่องหน้าตา
ตำแหน่งเข้ามาเกี่ยว ตอนแรกๆปรับตัวไม่ทันโดนไปเต็มๆ หลังๆก็ลดๆมาละแต่มันก็ยังเป็นนิสัยอยู่อ่ะ
ก็ขอโทษ เพื่อนๆ พี่ๆ ด้วยละกานถ้าทำแล้วล้ำเส้นใครไป จะพยายามปรับปรุงตัวเองละกาน
  เรื่องคิดมาก ก็เออถ้าเรานอยด์ๆ ไม่พูดกะใคร หรือแบบถามว่าเป็นไรรึเปล่าไรงี้บ่อยๆก็เข้าใจไว้หน่อยละกาน
จากเรื่องด้านบนทำให้เราเสียเพื่อนไปกลุ่มนึง จากนั้นเราก็เลยยิ่งคิดมากไม่อยากเสียเพื่อนดีๆเพิ่ม ก็เข้าใจด้วยนะคับ
 
เรื่องที่ห้า(สุดท้ายแล้ว)...
  ตอนนี้ชอบผู้ ญ คนนึง ก็ตอนแรกไม่ได้ชอบอะไรมากมาย แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราไม่เคยชอบใครขนาดนี้
ไม่เคยคิดว่า ญ คนนึงจะน่ารักได้ขนาดนี้ อยากคุยด้วย อยากเจอหน้า ไม่อยากให้ใครพูดถึงในทางที่ไม่ดี
จะแก้ตัว + เถียงแทนถ้าเจอใครว่าหรือนินทาเค้า ก็คิดว่าบ้า เอาเรื่องอยู่นะ แต่หลังจากได้คุยกะพี่คนนึง
(พี่เค้าก็ชอบคนเดียวกัน)ก็พบว่ามันไม้แปลกหรอกที่เราจะชอบเค้าได้ขนาดนี้ ที่เราอยากปกป้องเค้า
แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ขอให้เราได้เห็นเค้ามีความสุขก็พอแล้วหละคับ (หลายๆคนก็คงรู้เหละว่าใครนะ)  
                                                                 ปล.เป็นคนที่ทำให้เราไปทำบ้านรับน้อง และ ไปทำงานชมรมเชียร์ต่อปีนี้
 
 
ต่อไปก็เป็นรายการ "Tag" 5 คนต่อไปแล้วสินะ เพราะฉะนั้น หึหึ มาให้เรา tag กันซะดีๆนะ
 
" น้องกวาง  แพน  ปอร์  มด  พี่นุ้ย "
 
แล้วเดี๋ยวจะตามเข้าไปอ่านในสเปซนะ
 
ปล.คนสุดท้ายเนี่ยไม่หวังผล แต่จะเข้าไปดูนะคับ
January 01

~ Happy New Year 2007 ~

 
*~ Happy New Year 2007 ~*
 

ก็ปีใหม่แล้ว เย้ๆๆ

ไม่ได้ไป count down ที่ไหน
นั่งเล่นอยู่หน้าคอม ดีใจจังคนนั้นเค้าออนด้วย
 
ปีใหม่แล้วก็ขอให้ทุกๆคนมีความสุขมากๆนะ
ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ(เฉพาะเรื่องดีๆ)
ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงทุกๆคนเลย...
 
ไว้มาอัพใหม่ วันนี้มีแค่นี้เหละ Happy ทุกๆคนเลยนะคับ

~★★   ★★~
 ★  ∴ ★   ∴°★
 ★        °★ ∴°★
 ★° °Happy New Year 2007 ★°★
  ★\' ‧ °∴°°☆ ☆ ★ °∴° ∴°★ ☆
   ★ °∴°°☆°∴★ °☆∴聖°∴  ☆
    ★ °∴°°☆★∴°∴ °誕°∴ °☆
     ★°∴★☆∴°∴ 快°∴ °☆
      ★  ☆∴ 樂°∴°☆
       ﹨  ☆   ☆
        ﹨   ☆
         ﹨ /
          ﹨/
            ▏
              \●
              ■\
              /\

November 19

แค่อยากจะอัพ...

 
เปิดเทอมมาระยะนึงแล้วเหละ
ไม่รู้งานมาจากไหนมากมาย เยอะไปหมด
การบ้านเยอะตั้งแต่แรกๆเลย ไหนจะยังมีงานอื่น
แล้วเทอมนี้เรียนไรไม่รู้มากมาย ยากหมดเลยอ่า
ก็ต้องทนเรียนกานไป เลือกมาแล้วนี่เนอะ สู้!!!
 
เกรดออกครบละก็ดีกว่าที่ผ่านๆมา แต่ก็ยังไม่พอใจ
ไว้จะพยายามใหม่ละกาน แต่พี่ๆบอกว่าเทอมนี้ยากมากมาย
แถมยังมีกิจกรรมอีกต่างหาก เราก็คงต้องกัดฟันสู้ต่อไป
ถ้าได้กำลังใจดีๆก็คงดีอ่ะ ช่วงนี้แบบว่า...
"ขาดกำลังใจอย่างแรง"
 

 
ไม่มีไรจะอัพเหละแค่อยากจะอัพจริงๆ
ก็อ่านเจอจากการ์ตูนเรื่อง "SAMURAI DEEPER KYO"
อ่านแล้วรู้สึกว่ามีความหมายดีก็เลยเอามาแบ่งๆกานอ่าน
ไว้ครั้งหน้ามีเรื่องอะไรดีๆ จะมาอัพใหม่นะคับ
 
  ประวัติศาสตร์
        นั้น
   ก็เหมือนดั่ง
   "เส้นทาง"
 ที่ถักทอวิถีชีวิต
    ของผู้คน
 
                         ไม่ว่า
                       จะถักทอ
                      "เส้นทาง"
                       แบบไหน
                      ก็ไม่เป็นไร
 
 
                                          จงอย่าได้
                                          หวาดหวั่น
                                        อย่ากลัวเกรง
                                         อย่าหันมอง
                                         ย้อนกลับไป
                                           จงมุ่งไป
                                           ข้างหน้า
                                          อย่าหยุดยั้ง
 
 
เมื่อรู้สึกตัว
ที่นั่นจะเกิด
"เส้นทาง"
ที่ยอดเยี่ยม
ที่มีเพียงตนเท่านั้น
สามารถหลงเหลือ
เอาไว้
........
 
 
ปล.สุดท้ายก็ไม่มาเม้นสเปซให้เลย รู้สึกเสียใจ
แต่คิดอีกทีเค้าก็คงยุ่งๆอยู่ด้วย ก็สู้ๆนะคับ เป็นกำลังใจให้
 
 
September 29

สอบเสร็จแล้ว ~ *

 
จบปี 2 เทอม 1 แล้ว ก็ถือว่าผ่านไปเร็วมากๆ
แต่ก็ผ่านพ้นไปแล้ว แบบไม่ค่อยราบรื่นเท่าไร
ก็ยังดีที่ผ่านไปได้ละกาน กว่าจะผ่านไปได้เนี่ย
เป็นสัปดาห์ที่ทรมานมากมายเลย....
แต่ก็ยังมีรายงานต้องส่งอีก 2 ฉบับ อาทิตย์หน้า
ไว้ค่อยทำวันหลัง ขอ ลัลล้าก่อนละกานนะ ~*
 
 

 
!!! MASK !!!
 
ตั้งใจจะอัพเรื่องนี้มานานแล้ว แต่คาดว่า
จะเขียนได้ไม่ดีเท่าไร(แม้ตอนนี้ก็ตาม...)แต่ก็เอาเถอะ
ทำตามที่อยากทำดีกว่า จะได้อัพสเปซซะที
เข้ามาอ่านแล้วก็ช่วยเม้นด้วยนะคับ !!!
(อยากรู้ว่าคิดเหมือนกันรึเปล่า ??)
 
ทำไมเวลาที่คนเราจะต้องเข้าหาใครซักคน
เราจะต้องสวมหน้ากากเพื่อเข้าไปพบคนอื่นด้วย
แต่ก็ไม่ผิดหรอกที่จะสวมหน้ากากเข้าหาในครั้งแรก
แต่ที่ไม่เข้าใจคือหลังจากนั้นหละ...
ทำไมยังต้องสวมหน้ากากด้วย และยังเกือบตลอดเลย
 
แต่ก็ไม่ผิดเป็นสิทธิของคนนั้นๆที่จะทำ
เราก็ว่าไรเค้าไม่ได้หรอกเนอะ ก็เป็นกันเกือบทุกคน
แต่ไม่คิดบ้างเหรอว่าบางครั้งมันมากเกินไป
บางคนถึงกับสวมอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว...
 
ก็ยอมรับนะว่าเราก็เป็นคนนึงที่สวมหน้ากาก
เข้าหาคนอื่นอยู่บ่อยๆ ยิ่งช่วงหลังๆเนี่ย
บ่อยมากทีเดียว ไม่เหมือนตอนอยู่ม.ปลาย
ตอนนั้นรู้สึกสบายใจ คบกันโดยไม่ต้องใส่หน้ากากเลย
 
ตอนนี้บางครั้งรู้สึกสับสนเลยว่า
หน้าไหนคือหน้าที่แท้จริงของตัวเองกันแน่
บางคนมีหน้ากากเป็นร้อยๆ ใส่เพื่อปิดบัง ปกป้อง
หรือ วัตถุประสงค์ต่างๆมากมาย มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ที่สำคํญจิงๆคือ "ตัวตนที่แท้จริง" ของคุณ
 
อย่าใส่หน้ากากมากซะจนลืมความเป็น
ตัวตนที่แท้จริงของคุณ การที่ได้พบคนที่เปิดใจคุยได้
โดยไม่ต้องใส่หน้ากากนั้นรู้ว่าเป็นเรื่องยาก
แต่ถ้าเจอแล้วก็รักษาเค้าไว้ให้ดีๆหละ
อย่างน้อยเค้าก็คือคนนึงที่รู้ว่าคุณมีตัวตน !!!